ช่วงบุหรี่หนึ่งตัว

Posted in Uncategorized on พฤศจิกายน 29, 2011 by la vie en noir

วันนี้จุดบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งตัวหลังจากมื้ออาหารกลางวัน

เป็นบุหรี่ตัวที่สองในรอบ 4 เดือน

ไฟแช็คสีม่วง น้ำมันสีม่วง อารมณ์ฉันก็สีม่วง

……….

ฉันยืนพิงกำแพงข้างหน้าต่าง

พ่นควันขาว ๆ ที่เต็มไปด้วยนิโคตินกรองผ่านปอดของฉันออกไปนอกหน้าต่าง

แต่ลมข้างนอกพัดแรง ใบไม้ที่เหลือค้างปลิดปลิวจากต้น

และตีควันที่ฉันพ่นไปให้กลับเข้ามาที่ตัว

ฉันแสบตา และห้องฉันจะเหม็น

………..

ฉันชอบเสียงไฟปะทุปลายบุหรี่เวลาออกแรงสูดเข้าปาก

เสียงที่ใกล้ตัวเราที่สุด และมีแต่เราเท่านั้นที่จะได้ยิน

ฉันชอบมองควันลอยอ้อยอิ่งเวลาไม่มีลม แล้วค่อย ๆ จางหายไป

ฉันชอบกลิ่นที่ติดอยู่ที่ปากตอนสุดท้ายปลายมวน

………

ฉันไม่ชอบที่บุหรี่ทำให้เสียสุขภาพ และทำลายปอด

ฉันไม่ชอบที่คนอื่นตัดสินว่าคนสูบบุหรี่เป็นคน ‘อีกประเภท’

ฉันไม่ชอบเวลาบุหรี่ใกล้จะหมดมวนแล้วร้อนปาก

ฉันไม่ชอบขี้บุหรี่ที่เขี่ยไม่ลงที่เขี่ย

……..

ที่เขี่ยบุหรี่ฉัน เป็นที่ใส่เทียนอลูมิเนียมอันจิ๋ว ที่เอาไว้จุดน้ำมันหอม

เวลาดับบุหรี่ เชื้อไฟที่ยังอยู่ จะไปกระทบโดนกับขี้ผึ้งของเทียนไขที่ยังหลอมละลายไม่หมด

ไม่ใช่ที่เขี่ยบุหรี่ที่ดีนัก แต่ก็ทำให้ฉันมีเวลาบี้ขี้บุหรี่ได้นานขึ้น

…….

ฉันชอบเวลาช่วงบุหรี่หนึ่งตัว

ช่วงที่เอานิโคตินเข้าร่าง

ช่วงที่สารเสพติดออกฤทธิ์กับหัวสมอง

ช่วงที่ยอมให้ตัวเองได้ออกมายืนมองฟ้ามองนกช่วงสั้น ๆ

ช่วงที่ยืนหันหน้าออกไปข้างนอกโลกกว้าง

และลืมทุกอย่างที่อยู่เบื้องหลังเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

………

ฉันดับบุหรี่กับที่เขี่ยบุหรี่เปื้อนเทียนไข

อ้อยอิ่งจนควันสุดท้ายลอยหายไปจนหมดเกลี้ยง

แล้วหันหลังกลับไปสู่โลกเบื้องหลังบานหน้าต่างบานนั้น

Advertisements

La pleine lune

Posted in Uncategorized on ตุลาคม 13, 2011 by la vie en noir

วันนี้พระจันทร์สวย กลม โต ขาว สว่าง ใส

มีดาวอะไรสักอย่างอยู่ข้าง ๆ ส่องแสงแสดงตัว

ฉันยืนมองลอดผ่านใบสนที่เหลืออยู่บนต้นไม่เยอะนัก

ไม่เหงา

ไม่เศร้า

ไม่ทุกข์

………….

ฉันยืนจ้องพระจันทร์กับดาวอยู่นาน

กระชับเสื้อหนังตัวอุ่นเข้ากับตัวต้านลมหนาว

รอบข้างฉันมืดมิด เห็นเพียงเศษใบไม้ปลิวร่วงที่พื้นสะท้อนแสงจันทร์

ไม่สุข

ไม่ร่าเริง

ไม่อ่อนไหว

…………

ฉันเคยมองพระจันทร์แล้วเคลิบเคลิ้ม

ฉันเคยมองดาวแล้วอุ่นใจ

ฉันเคยยืนรับลมหนาวแล้วเหงาร่าง

แต่วันนี้…ฉันไม่รู้สึกอะไร

หรือฉันจะกลายเป็นใบไม้ที่นอนร่วงอยู่ที่พื้นตรงนั้น

ถูกพบเห็นได้แค่เพียงแสงจันทร์ที่ส่องลงมา

Pleure tout le temps

Posted in Uncategorized on ตุลาคม 12, 2011 by la vie en noir

นั่งขดตัวอยู่ที่มุมมุมหนึ่ง

แคบ อับชื้น มืด หนาว

ฉันอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ

กลัว ระแวง เจ็บปวด ร้าวลึก

……..

ฉันเดินไปหยิบอิฐที่วางอยู่

ก่อขึ้นไปทีละก้อน ๆ ๆ

ฉันสร้างห้องนี้ขึ้นมา

กำแพงสูงและหนา

ห้องว่าง ๆ ที่แคบ มืด ชื้น และหนาว

……….

ฉันนั่งขดตัวที่มุมหนึ่งของห้อง

และร้องไห้ตลอดเวลา

ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้เลย

แล้วฉันก็เดินไปหยิบอิฐอีกก้อนฉาบปูนโปะลงไป

ทำอย่างนี้สลับกัน

………

ห้องนี้ไม่มีประตู ฉันไม่ได้สร้างมัน

ฉันจะขังตัวเองอยู่ในนั้น

เพราะมัน…..ปลอดภัย

J’accro de la tristesse

Posted in Uncategorized on ตุลาคม 11, 2011 by la vie en noir

ถ้าคนติดเหล้าติดยา มีสถานที่บำบัดให้หาย

แล้วคนเสพติดความเศร้า…จะไปบำบัดที่ไหนได้ไหม

…………..

ตาช้ำ ๆ แดง ๆ กองทิชชู่เปียก ๆ

เป็นเรื่องปกติที่น่าจะชินชา

แต่ก็เปล่า…

ไม่ชินชา ไม่มีวิธีรับมือ ไม่เคยดีขึ้น

และ…ไม่ได้อยากจะหาย

ฉันเสพติดการร้องไห้ ฉันเสพติดความเศร้า

…………..

มองกลับไปในชีวิตที่ผ่านมา

ฉันไม่เคยรู้เลยว่า ตอนไหนที่มีความสุข

เห็นแต่น้ำตา น้ำตา และน้ำตา

ฉันดิ้นรนเพื่อให้ได้ทุกอย่างที่ต้องการมา

แต่ก็ไม่เคยมีความสุข

ฉันพยายามเพื่อไม่ให้เสียอะไรไป

แต่พอต้องเสียไป ฉันก็ทุกข์

…ฉันไม่เคยพอใจ…

และก็ไม่คิดจะพอใจ

……………..

แล้วฉันต้องเป็นอีกถึงเมื่อไหร่…ไม่รู้

แล้วมีใครรู้ไหม ว่าฉันเป็นอย่างนี้…ไม่มี

แล้วฉันอยากจะหายไหม…ไม่

 

Le soleil de l’automne

Posted in Uncategorized on ตุลาคม 1, 2011 by la vie en noir

Le soleil qui reste jusqu’au débout de l’automne,

n’est pas comme le soleil de l’été…

……..

แสงอาทิตย์แรง ๆ ในฤดูใบไม้ร่วง

ลอดผ่านใบไม้สีเขียวอ่อน เหลือง แดง

สวย……………….จนไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไง

สวย แบบที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็ควรจะต้องร่าเริง

แต่ไม่ใช่…ฉันมีน้ำตา

………….

ฤดูใบไม้ร่วง เป็นฤดูกาลการสิ้นสุด

ไม่ว่าจะพยายามเริ่มต้นยังไง ก็ฝืนฤดูกาลไปไม่ได้

ฉันอ่อนแอเกินไป อ่อนแรงเกินไป อ่อนล้าเกินไป

ที่จะต้านทานลมไม่ให้ปลิดปลิวร่างฉันร่วงลงสู่พื้น

………….

เมื่อฤดูหนาวมาเยือน หิมะม้วนตัวกับสายลม

ป่านนั้น เธอคงม้วนตัวอยู่กับใครคนใหม่ของเธอแล้วเหมือนกัน

ใช่ไหม…

………..

Quand l’hiver arrive, j’espère que mes larmes sont disparues.

(Inspiré par le chanson ‘Shoot the moon’ – Norah Jones)

Je me sens vide comme ma chambre

Posted in Uncategorized on กันยายน 26, 2011 by la vie en noir

Je vais déménager…encore et encore

Ma chambre est vide, ce n’est plus la chambre que je connaissais

……

แสงแดดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง

รู้สึกห้องสว่างกว่าที่เคยเป็น

มุมห้องที่เคยมีของรก ๆ วางอยู่ แสงแดดส่องให้เห็นไรฝุ่นจับหนา

ฉันรู้สึกเหมือนว่า ฉันว่างเปล่ากว่าห้องที่ฉันยืนอยู่

ไม่มีแม้แต่ฝุ่นจับอยู่ในใจ

…….

ย้ายบ้านอีกแล้ว

ย้ายมากี่ครั้งแล้ว

แล้วต้องย้ายอีกกี่ที?

ต้องรู้สึกว่างเปล่าโหวงเหวงอย่างนี้อีกกี่ครั้ง?

……….

จะเลือกแพคเก็บไปแต่ความทรงจำดี ๆ

ที่ในกระเป๋าก็เหลือว่างอีกเยอะ

จะปล่อยให้ความทุกข์กับความทรงจำที่เหลือนอนกองกับฝุ่นก็เสียดายไป

แต่จะเอาไปด้วยก็เจ็บปวดเกินไป…

จะต้องทำยังไง?

………

Je me sens vide comme ma chambre

Je dirai au revoir pour la dernière fois

Au revoir mes mémoires et mon malheur

Il manque qqch

Posted in Uncategorized on สิงหาคม 23, 2010 by la vie en noir

“Il manque quelque chose dans la relation

et je ne sais pas qu’est-ce que c’est”

“Moi non plus…j’sais pas”

……….

วันนี้ฉันทำแกงเผ็ดไส้กรอก อาหารจำเป็นของคนต่างแดน

แต่รสชาติออกมาแปลกประหลาด แบบไม่อร่อยเอาเสียเลย

ปรุงแล้วปรุงอีก ใส่น้ำปลา น้ำตาล ใส่นม ก็ยังไม่ดีขึ้นสักที

หวนคิดไปถึงคำพูดของคนคนนึง…

“มันขาดอะไรไปบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร”

แกงเผ็ดของฉันวันนี้ก็เหมือนกัน มันขาดอะไรไปบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร

………

ฉันยังคงพยายามทำให้แกงเผ็ดของฉันมีรสชาติดีขึ้น ให้พอกินได้

ยังคงพยายามใส่ พยายามปรุงต่อไป ชิมไป ปรุงไป

แล้วในที่สุดก็ค้นพบว่า ใส่เครื่องแกงเยอะไปหน่อย เลยเผ็ดเกิน

และฉันก็ได้กินแกงเผ็ดคลุกข้าวสวยร้อน ๆ อย่างเอร็ดอร่อย

……………

แต่กับความสัมพันธ์ที่มันขาดอะไรไปบางอย่างล่ะ

ฉันก็ไม่รู้ เขาก็ไม่รู้ว่าขาดอะไรไป

แต่เรากลับเลือกที่จะเดินจากมันไป และทิ้งมันให้ค้างคาอย่างนั้น

ถ้าฉันเลือกจะทิ้งแกงเผ็ดทั้งหม้อทิ้งไปเพราะมันไม่อร่อยและผิดพลาด

โดยที่ไม่คิดจะแก้ไข ฉันคงเสียใจที่อดกินแกงเผ็ดอร่อย ๆ

และเสียใจกว่านั้น…คือไม่ได้ลองพยายามทำให้มันดีขึ้น

…………….

“Il n’y a plus de chance que l’on peut essayer encore?”

“Je veux garder en contact avec toi comme ami…”